เมตตาทูนนิยมช่วยคุณให้มีอิสระของชีวิต

 ธุรกิจเมตตาทุนนิยม

     ธุรกิจเมตตาทุนนิยม หรือ Mercapitalism เป็นแนวคิดที่ผสมผสานหลักการของทุนนิยมเข้ากับแนวคิดเรื่องเมตตาธรรมและความยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างผลกำไรควบคู่ไปกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ข้อดีของธุรกิจประเภทนี้คือการสร้างความสมดุลระหว่างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ทำให้ธุรกิจมีความยั่งยืนในระยะยาว และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจเรื่องความยั่งยืนมากขึ้น 


ข้อดีของธุรกิจเมตตาทุนนิยมดีเรื่องความยั่งยืน:

ธุรกิจเมตตาทุนนิยมมักให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในระยะยาว ทำให้ธุรกิจมีความมั่นคงและสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้

สร้างผลกระทบเชิงบวก:
ธุรกิจเหล่านี้มุ่งเน้นการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน หรือการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้ด้อยโอกาส

ความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ที่ดี:
การดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ทำให้ธุรกิจได้รับความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ที่ดีจากผู้บริโภคและนักลงทุน

ดึงดูดบุคลากรที่มีคุณภาพ:
การมีพันธกิจที่ชัดเจนและสร้างผลกระทบเชิงบวก ทำให้ธุรกิจสามารถดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถและต้องการทำงานในองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

สร้างความแตกต่างและได้เปรียบทางการแข่งขัน:
ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการมีส่วนร่วมทางสังคม ธุรกิจเมตตาทุนนิยมสามารถสร้างความแตกต่างและได้เปรียบทางการแข่งขันได้

ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค:
ผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อสินค้าและบริการจากธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ธุรกิจเมตตาทุนนิยมจึงสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้ 

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเมตตาทุนนิยมก็อาจมีข้อท้าทาย เช่น การสร้างสมดุลระหว่างผลกำไรและความรับผิดชอบทางสังคม, การวัดผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม, และการสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค 


คนไทยพร้อมเป็นเจ้าของธุรกิจมากขึ้นรับเทรนด์การเริ่มต้นทำธุรกิจ เผยคนไทยมีความพร้อมที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองมากกว่าที่ผ่านมา


รายงานได้ศึกษาและวิจัย Global Entrepreneurship Report หรือ GER ประจำปี 2566 เป็นข้อมูลเกี่ยวกับเทรนด์การเริ่มต้นประกอบธุรกิจ โดยจัดทำผลสำรวจจากผู้คนทั่วโลกภายหลังจากการระบาดของเชื้อโควิด-19 จากกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 15,000 คน ใน 15 ประเทศ


ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา เยอรมนี ฮ่องกง อินเดีย อิตาลี ญี่ปุ่น จีน มาเลเซีย เม็กซิโก สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม และไทย พบว่าคนในยุคปัจจุบันมีความพร้อมที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองมากกว่าที่ผ่านมา สำหรับผลสำรวจมุมมองและความพร้อมในการประกอบธุรกิจของคนไทยสามารถสรุปได้ 5 ประเด็นสำคัญ


คุณ ทศพร นิษฐานนท์ กล่าวว่า

1.คนส่วนใหญ่สนใจที่จะทำธุรกิจส่วนตัว แนวคิดของการเป็นผู้ประกอบการได้รับความสนใจและมีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง 74% ของผู้ตอบแบบสอบถามปรารถนาที่จะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง โดยธุรกิจที่คนสนใจ 3 อันดับแรก ได้แก่ ฟรีแลนซ์หรืองานพาร์ตไทม์ (Gig Worker) การขายของบนสื่อโซเชียล และการทำธุรกิจบนอีคอมเมิร์ซ


2.มีการเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นในการเริ่มต้นธุรกิจมากขึ้น คนทั่วไปรู้สึกสบายใจเมื่อเพื่อนหรือครอบครัวมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ ซึ่งรวมถึงการเริ่มต้นทำธุรกิจ ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า กลุ่มตัวอย่าง 57% รู้สึกว่าตัวเองมีทักษะที่จำเป็นในการเริ่มต้นธุรกิจ และ 48% รู้สึกว่าพวกเขามีทรัพยากรที่จำเป็นในการเริ่มต้นธุรกิจ


3.เกิดรูปแบบการค้าแบบใหม่ทั้งธุรกิจและโซเชียลมีเดีย การค้าปลีกแบบดั้งเดิมจะยังคงอยู่และไม่มีวันหายไป แต่ในโลกปัจจุบันนั้น ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าผ่านโซเชียลมีเดียได้อย่างสะดวกสบาย สอดคล้องกับผลสำรวจที่พบว่า 87% ของผู้คนในปัจจุบันรู้สึกสบายใจที่จะซื้อสินค้าผ่านโซเชียลมีเดีย โดย 53% ของคนที่รู้จักคนที่ค้าขายทางโซเชียลมีเดียมองว่า โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางที่ดีที่สุดในการส่งเสริมธุรกิจ


4.การเป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ที่น่าสนใจ ขณะที่การเป็นเจ้าของธุรกิจอาจเป็นเรื่องยากสำหรับบางคน แต่คนทั่วไปต่างทราบดีว่า การเป็นนายของตัวเองนั้นมีประโยชน์อย่างไร โดย 69% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีเพื่อนหรือคนในครอบครัวที่มีประสบการณ์ในการสร้างรายได้จากอาชีพอิสระ และ 49% ระบุว่าอิสรภาพทางการเงินหรือความมั่นคงเป็นสิ่งที่ต้องการมากที่สุดจากอาชีพอิสระ


5.สถานการณ์โลกเปิดรับและพร้อมกว่าที่เคย การเปิดโอกาสให้คนมีอาชีพเสริม ช่วยส่งเสริมบรรยากาศการเป็นเจ้าของธุรกิจได้เป็นอย่างดี โดย 96% ของผู้ตอบแบบสอบถามรู้สึกยินดีหากผู้อื่นสนใจที่จะหารายได้เสริม 64% รู้สึกว่าการหารายได้เสริมนั้นเป็นเรื่องที่ดีและเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ใช้ความสามารถ และ 81%

มองว่าพวกเขามีโอกาสที่จะมีธุรกิจของตัวเองถ้ามีคนรู้จักเริ่มทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์หรืองานพาร์ตไทม์ (Gig Worker) งานธุรกิจขายตรง แฟรนไชส์ และโอกาสทางธุรกิจอื่น ๆ ผู้คนต่างเปิดรับวิถีการทำงานใหม่ ๆ พร้อมก้าวเข้าสู่บทบาทเจ้าของธุรกิจอย่างเต็มตัว


นอกจากนี้ จากการศึกษารายงานของ AGER ยังพบว่า แม้จะมีความสนใจเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่อุปสรรคสำคัญคือการหาเงินทุนในการเริ่มธุรกิจ ความกังวลที่จะไม่ประสบความสำเร็จ และความรู้สึกว่าพวกเขาไม่มีทักษะด้านการทำธุรกิจผ่านสื่อโซเชียล


นายทศพร นิษฐานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่คนส่วนใหญ่มี passion ในการเป็นเจ้าของธุรกิจ เพราะสามารถตอบโจทย์เรื่องอิสรภาพทางด้านเวลาและการทำงานได้ ซึ่งแอมเวย์เป็นธุรกิจที่พร้อมตอบโจทย์และสนับสนุนทุกคนที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เปิดโอกาสให้คนทุกเพศ ทุกวัย สามารถเริ่มธุรกิจของตัวเองด้วยเงินลงทุนต่ำ และความเสี่ยงน้อย


โดยบริษัทจะมีการสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ได้รับการยอมรับ การพัฒนาเทคโนโลยีด้านออนไลน์ และแพลตฟอร์มต่าง ๆ ตลอดจนการบริหารจัดการระบบสต๊อก การจัดส่งสินค้า รวมถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์ และการเทรนนิ่งเพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเอง


“แอมเวย์เป็นธุรกิจที่ให้ทั้งรายได้ที่มั่นคงและสุขภาพที่ดีให้กับผู้คนในสังคมไทยมายาวนานกว่า 36 ปี ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่าแอมเวย์เป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจของผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจ” คุณทศพรกล่าว... 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เรียนรู้แผนธุรกิจ

สร้างบลูโอเชี่ยนให้ตัวคุณ

สอนและช่วยคน3คนให้เป็นเจ้าของธุรกิจ